BEYBLADE BURST ศึกลูกข่างสะท้านฟ้า

หลังจากความนิยมของ “รถทามิย่า” จางหายไปในช่วงปี 2000 เพราะการ์ตูน “Let’s & Go นักซิ่งสายฟ้า”จบชุดไปหมดแล้วเด็กๆในยุคนั้น ก็ไม่รู้จะเล่นอะไรไปพักใหญ่ๆ

จนกระทั่งช่อง 9 การ์ตูน ได้หยิบเอาการ์ตูนขายของเล่นสุดมันส์ และเข้าใจง่ายกว่ามาฉาย กับการ์ตูน “Beyblade : เบย์เบลด ศึกลูกข่างสะท้านฟ้า” และก็เป็นการจุดพลุ จุดกระแสเบย์เบลดให้กับเด็กไทยในช่วงเวลานั้น ทุกโรงเรียนประถม มัธยม ตลาดนัด ไปจนถึงห้างสรรพสินค้า ต่างก็นำเจ้าลูกข่างเหล็กมาขายกันเพียบ ทั้งงานแท้ งานก๊อบจีนสารพัด ไปจนถึงงาน “ไทยประดิษฐ์” ที่เป็นเหล็กทั้งชิ้นมาตีแข่งกัน โรงกลึงงานเข้าไม่ขาดสาย สะพานเหล็กขายเพียบ จนเกิดอุบัติเหตุลูกข่างตีหัวแตกจนเป็นข่าวดังมากมายในตอนนั้น

เรื่องราวของเบย์เบลด เริ่มต้นที่เด็กชายชั้น ป.5 “คิโนมิยะ ทาคาโอะ” ลูกชายนักโบราณคดีที่อาศัยอยู่กับปู่เจ้าของโรงฝึกดาบ ผู้ใฝ่ฝันจะเป็นเบลดเดอร์ (นักเล่นเบย์เบลด)ได้เข้าแข่งขัน “เบย์เบลดรอบคัดเลือกชิงแชมป์ญี่ปุ่น” และได้ต่อสู้กับ “ฮิมาวาริ ไค” / “เรย์คง” / “แม็กซ์” ซึ่งทาคาโอะก็สามารถเอาชนะได้อย่างยากลำบาก แต่ทาคาโอะก็เติบโตขึ้นมากนับจากตอนแรก แถมยังได้เพื่อนซี้ที่ดีๆกลับมาด้วย

ศึกที่หนักที่สุดของทีม BBA ของทาคาโอะก็คือการพบกับ ทีมรัสเซีย (Borg) ของ “บอริส โวคอฟ “ วายร้ายของเรื่องที่ต้องการรวบรวมสัตว์เทพ โดยมี “ยูริ อีวาลนอฟ “ (หรือ Tala ในฉบับฉายอเมริกา) เบลดเดอร์ ทีมชาติรัสเซียที่ว่ากันว่าแข็งอกร่งที่สุด ดุดันที่สุด กับเบย์เบลด “วูฟบอร์ค” (หมาป่าหิมะ) ทำงานให้ และรับมือกับพวกทาคาโอะในช่วงท้ายของเรื่อง และก็กลับใจมาเป็นคนที่เล่นเบย์เบลดด้วยความสนุกจากใจ ไม่ใช่เครื่องมือสนองความบ้าคลั่งของตนอีกต่อไป