หน้ากากแก้ว

หน้ากากแก้ว หรือ นักรักโลกมายา (ญี่ปุ่น: ガラスの仮面 Garasu no Kamen กะระสุ โนะ คะเมน ?) เป็นการ์ตูนญี่ปุ่น ผลงานของ ซุสุเอะ มิอุจิ ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ทั้งในประเทศญี่ปุ่นและต่างประเทศ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งนอกจากหนังสือการ์ตูนแล้ว หน้ากากแก้วยังโด่งดังจนถูกสร้างเป็นละครวิทยุ ภาพยนตร์การ์ตูน OVA ละครโทรทัศน์ ละครเวที และละครโนด้วย

การ์ตูนเรื่องนี้โด่งดัง ด้วยคาแร็กเตอร์ที่โดดเด่นของนางเอก “มายะ” ที่มีพรสวรรค์ในการแสดงเป็นอย่างมาก เธอต้องผ่านบททดสอบและพิสูจน์ความสามารถในการแสดงต่างๆมากมาย เห็นได้จากฉากนึง ที่เธอต้องรับมือกับการแสดงท่าทาง โดยห้ามพูดอะไรใดๆ นอกจากคำว่า “ค่ะ” “ใช่ค่ะ” “ขอบคุณค่ะ” “ขอโทษค่ะ” และตัวละครรอบข้างก็ได้เล่นบทส่งที่มีความท้าทายเพื่อบีบให้เธอไม่สามารถแสดงบทโต้ตอบได้ แต่เธอก็ใช้วิธีสมมติเหตุการณ์และสิ่งต่างๆที่มองไม่เห็น แต่สื่อให้ทุกคนเข้าใจได้ว่าเธอสื่อถึงอะไร พร้อมพูดคำสั้นๆตามโจทย์ได้อย่างไหลลื่นไม่มีติดขัด ทำเอาทุกคนตะลึงกันไปเลย เอกลักษณ์ของเธอคือการแสดงละครอย่างเป็นธรรมชาติ สามารถสวมรอยเป็นตัวละครต่างๆได้ทุกบทบาท จนลืมความเป็นตัวตนของตัวเองไปขณะแสดง และต้องพบกับคู่ต่อสู้ที่ดูเหนือกว่าเธอทุกด้านอย่าง “อายูมิ” โดยมี “นายกุหลาบสีม่วง” บุคคลลึกลับ ผู้ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง เธอจะรับมือกับอายูมิอย่างไร เพื่อก้าวเข้าสู่เวทีที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน และเพื่อแย่งชิงบท นางฟ้าสีแดง น่าติดตามมากๆ

หน้ากากแก้ว ได้ถูกตีพิมพ์ออกจำหน่ายในหลายๆ ประเทศ โดยใช้ชื่อเรื่องที่แตกต่างกันไปตามภาษาของประเทศนั้นๆ เช่น ฉบับภาษาอังกฤษใช้ชื่อว่า Mask of Glass (มาสก์ออฟกลาส) หรือ Glass Mask (กลาสมาสก์) ฉบับภาษาอิตาลีใช้ชื่อว่า Il grande sogno di Maya และฉบับภาษาฝรั่งเศสใช้ชื่อว่า Laura ou la passion du théâtre

สำหรับการจัดพิมพ์ในประเทศไทยช่วงแรกๆ ไม่ค่อยแน่ชัดนักในเรื่องของลิขสิทธิ์ ครั้งแรกจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มิตรไมตรีใช้ชื่อว่า “หน้ากากแก้ว” ตีพิมพ์เล่ม 1-4 เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2523-2524 หลังจากนั้นเปลี่ยนมาจัดพิมพ์โดย วิบูลย์กิจ ใช้ชื่อว่า “นักรักโลกมายา” มีประมาณ 56 เล่ม (ยังไม่จบ) และต่อมาก็เป็น สยามอินเตอร์คอมิกส์ ที่ได้รับลิขสิทธิ์ตีพิมพ์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยได้มีการตีพิมพ์มาแล้วถึง 3 ครั้ง ซึ่งในครั้งที่ 2 นี่เอง ที่ได้เปลี่ยนชื่อ “นักรักโลกมายา” มาเป็น “หน้ากากแก้ว” เพื่อให้ตรงกับความหมายในภาษาญี่ปุ่นมากขึ้น ซึ่งล่าสุดตีพิมพ์ถึงฉบับที่ 49 ส่วนฉบับที่ 50 ที่มีกำหนดการจะวางขายที่ญี่ปุ่น ในวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 นั้น ทางซุสุเอะ มิอุจิ ก็แจ้งเลื่อนการวางออกไปอีก โดยยังไม่มีประกาศวันวางใหม่ที่แน่นอนออกมาในขณะนี้ ต่อมาในวันที่ 24 สิงหาคม ปีเดียวกัน มิอุจิได้ให้สัมภาษณ์ว่าเธออยู่ในช่วงใกล้ตอนจบของการ์ตูนเรื่องนี้แล้ว

เกี่ยวกับการเดินทางสู่การแสดงอันยิ่งใหญ่ ในบทประพันธ์อันลือชื่อ ที่น้อยคนนักจะสามารถแสดงได้ เรื่อง นางฟ้าสีแดง โดยเนื้อเรื่อง เสนอการประชันบทบาทของนักแสดงชายหญิง ที่ต่างจับจ้องจะแสดงเรื่อง นางฟ้าสีแดง โดยมี คิตาจิมะ มายะ และ ฮิเมกาวะ อายูมิ เป็นตัวเอก โดยตัวเอกของเรื่อง มีความสามารถทางด้านการแสดงต่างกัน และยังมีบทบาททางสังคม ภูมิหลัง ที่ต่างกัน จึงทำให้เนื้อเรื่อง มีความเข้มข้น และมีความเป็นดราม่าอย่างยิ่ง

ในตอนแรกของเรื่อง มายะ เป็นเพียงเด็กหญิงที่ดูธรรมดา แต่ด้วยความสามารถข้างในที่มี ทำให้อาจารย์สึกิคาเงะเห็นเข้า และชักจูงเธอเข้าสู่วงการโลกมายา โดยให้มายะ เข้าสู่คณะละครสึกิคาเงะ ซึ่งเป็นคณะละครที่เธอตั้งขึ้น แต่แล้วก็โดนขัดขวางโดยคณะละครคู่แข่ง คณะไดโตะ ซึ่งมี ฮายามิ มาสึมิ ผู้หวังจะครอบครองลิขสิทธิ์เรื่อง นางฟ้าสีแดง ที่อาจารย์สึกิคาเงะถืออยู่ ซึ่งคณะไดโตะมีดารานำสาวชื่อ ฮิเมกาวะ อายูมิ เด็กสาวผู้เพียบพร้อมในทุกๆ ด้าน เป็นกำลังสำคัญ

ต่อมา จะเป็นช่วงที่ มายะ และ อายูมิ ฝึกตนเพื่อก้าวไปสู่เส้นทางของ นางฟ้าสีแดง โดยทั้งสองคนต่างห้ำหั่นกันด้วยความสามารถทางด้านการแสดง จนกระทั่งเธอทั้งสองคน ได้มายืนอยู่บนเวทีเดียวกัน หลายต่อหลายครั้ง ทำให้เธอทั้งสอง ตระหนัก และ กังวล กับความสามารถของทั้งสองฝ่าย

ในตอนท้ายของเรื่อง เป็นช่วงของการชิงชัยสู่เส้นทางของนางฟ้าสีแดง โดยอาจารย์ซึกิคาเงะเป็นผู้ฝึกซ้อม และจัดการแข่งขัน ชิงตัวนักแสดงและผู้กำกับนางฟ้าสีแดงจนถึงปัจจุบัน ซึ่งผู้แต่งเปรยว่ามีตอนจบอยู่ในใจแล้ว และเร่งผลิตผลงานจัดพิมพ์ใหม่นี้ให้ทันตามความต้องการของผู้อ่าน หลังพักการแก้ไขผลงานที่ถูกท้วงติงไปเป็นระยะเวลานาน